คุณอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า “งาน SACICT Craft Trend Show 2019 จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ รวมรวมและจัดแสดงผลงานที่ได้จากการดำเนินงานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านงานศิลปหัตถกรรม จากหลายโครงการที่ SACICT ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การต่อยอดองค์ความรู้จากแนวความคิดของ SACICT Craft Trend ซึ่ง SACICT นับเป็นองค์กรแรกที่ได้ทำการวิจัย และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับทิศทางด้านการออกแบบงานศิลปหัตถกรรมของไทยเพื่อกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มผู้ผลิตผลงานศิลปหัตถกรรมตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนารูปแบบงานศิลปหัตถกรรมไทย และสามารถนำความรู้จาก SACICT Craft Trend มาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม”

นอกจากนี้ การต่อยอดองค์ความรู้ภายใต้ SACICT Craft Trend ด้วยจุดเด่นงานฝีมือของคนไทยที่มีเอกลักษณ์ ผสานกับวัตถุดิบเฉพาะภูมิภาค และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม มีส่วนช่วยสร้างจุดยืนให้สินค้าไทยก้าวไกล และเป็นที่รู้จักในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี เมื่องานหัตถกรรมในระดับครัวเรือน สามารถพัฒนาให้กลายเป็นธุรกิจที่มั่นคงได้แล้ว ก็นับว่าเป็นการสืบทอดการสร้างสรรค์หัตถศิลป์ดั้งเดิมให้สืบต่อไปได้ในระยะยาวได้อย่างแท้จริง

โดยภายในงาน SACICT Craft Trend Show 2019 จัดแบ่งพื้นที่การจัดแสดงออกเป็น 9 โซนที่น่าสนใจ ดังนี้
1) โซน “About SACICT” เป็นการแนะนำภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมในด้านต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพสมาชิก พัฒนาผลิตภัณฑ์ และพัฒนาด้านการตลาดของ SACICT
2) โซน “SACICT Craft Trend” เป็นการจัดแสดง SACICT Craft Trend in Evolution ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มและทิศทางงานศิลปหัตถกรรมในปี 2020 หรือ SACICT Craft Trend 2020
3) โซน “Innovative Craft Award” เป็นการจัดแสดงผลงานการประกวดผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ต่อยอดองค์ความรู้จาก SACICT Craft Trend ภายใต้แนวคิด “Surreal Hospitality” ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมแบบดั้งเดิมให้มีความร่วมสมัย สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคมิลเลียลเนี่ยนได้อย่างลงตัว
4) โซน “Craft the Future” เป็นการจัดแสดงพัฒนาการทางความคิดของนิสิตนักศึกษาที่เกิดจากการเห็นความสำคัญขององค์ความรู้และภูมิปัญญาดั้งเดิมซึ่งเป็นรากเหง้าของงานศิลปหัตถกรรมไทย และถ่ายทอดออกมาในรูปแบบภาพยนตร์สั้น ภายใต้แนวคิด “Retelling the Detailing”
5) โซน “Intellectual Properties of Crafts” การจัดแสดงบทบาทการส่งเสริมให้ผู้ผลิตผลงานศิลปหัตถกรรมเห็นความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาและสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
6) โซน “Cross Cultural Craft” เป็นการจัดแสดงผลงานศิลปหัตถกรรมที่ใกล้จะสูญหาย (Forgotten Heritage) เช่น งานเครื่องรัก งานโลหะ และงานจักสาน ฯลฯ ซึ่งถือเป็นงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่าที่สร้างสรรค์จากครูช่างและทายาทช่างศิลปหัตถกรรมผู้ที่มีทักษะ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผสมผสานการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านการสร้างเครือข่ายงานศิลปหัตถกรรมในภูมิภาคเอเชียสู่การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ในรูปแบบร่วมสมัย
7) โซน “Signature Collection” เป็นการจัดแสดงวิวัฒนาการของงานเบญจรงค์ไทย ซึ่งเป็นหัตถกรรมไทยที่ถูกลืมเลือน เพื่อนำเสนอความร่วมสมัยของผลงานเบญจรงค์ไทยจากโครงการ “การพัฒนาอัตลักษณ์เบญจรงค์ไทย (SACICT Signature Collection)” ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ร่วมสัมผัสและทดลองใช้ผลงานเบญจรงค์ร่วมสมัยในมุมพักผ่อนภายในงานอีกด้วย

โซน “Craft Co – Creation” เป็นการจัดแสดงผลงานที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่าง ผู้ซื้อและผู้ผลิต เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่ตรงตามความต้องการของผู้ซื้อ ซึ่งนับเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างโอกาสทางการค้าผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ซื้อและผู้ผลิต
9) โซน “Market Explore” เป็นเวทีที่สร้างโอกาสให้กลุ่มผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมที่เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาของ ศ.ศ.ป. ภายใต้องค์ความรู้จาก SACICT Craft Trend จำนวน 50 ราย ได้นำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการพัฒนามาร่วมทดสอบตลาด

SACICT ขอเชิญชวนกลุ่มผู้ซื้อทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน, นักออกแบบมัณฑนากร, สถาปนิก, ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมทั้งในและต่างประเทศ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมสัมผัสงาน Craft ฝีมือคนไทยที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ แบบที่ไม่สามารถหาจากที่ใดในโลกได้ในงาน “SACICT Craft Trend Show 2019” ระหว่างวันที่ 18-21 มิถุนายน 2562 ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 2-4 ชั้น 4 ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่เวลา 9.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1289 หรือติดตามข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์ www.sacict.or.th และ www.facebook.com/sacict/