ใกล้ช่วงเทศกาลวันหยุดทั้งที นึกออกหรือยังนะ ว่าจะไปทำบุญที่ไหนวันนี้siamewstime จะพาเพื่อนๆมาแวะทำบุญ และเช็คอินเท่ๆกันที่ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร ต.ชัยนาท อ.เมืองจ.ชัยนาท วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เดิมมีนามว่า “วัดพระธาตุ” และมีนามเรียกอีกนามหนึ่งว่า “วัดหัวเมือง” สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์

ครั้นสมัยสุโขทัย ตรงกับสมัยพระเจ้าลิไท ได้ทรงจัดการบำรุงและสมโภชพระบรมธาตุ
พระเจดีย์บรมธาตุ ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส และย่อมุมขึ้นไปรองรับซุ้มจรนำทั้งสี่ต้น ลักษณะซุ้มนั้นแคบและเตี้ย หน้าบันประดับซุ้มจรนำเป็นสองชั้นซ้อนกัน เหนือขึ้นไปเป็นซุ้มเจดีย์ หรือองค์ระฆัง มีกลีบบัวซ้อนรองรับปลี ยอดจากลักษณะพระพุทธรูปปูนปั้นนูนต่ำ ปางสมาธิ ซึ่งประทับนั่งอยู่กับฝาผนังด้านหนึ่ง มีเค้าของศิลปะลพบุรี หรือศิลปะแบบอู่ทอง รุ่นแรก ลักษณะของซุ้มจรนำนั้นน่าจะซ่อมขึ้นใหม่ในชั้นหลัง คือในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา เพราะลักษณะซุ้มจรนำมีลักษณะใกล้เคียงกับซุ้มจรนำที่เจดีย์วัดภูเขาทอง และซุ้มจรนำที่เจดีย์ศรีสุริโยทัยที่พระนครศรีอยุธยามาก นอกจากนี้ยังมีจารึกยืนยันถึงการปฏิสังขรณ์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ปรากฏอยู่ที่วัดพระบรมธาตุนี้ด้วย

ในสมัยรัตนโกสินทร์ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระเจดีย์เรื่อยมา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๐ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๙ ตามประกาศลงวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๙ พระสุธีวราภรณ์” (ยุวชน เขมปัญโญ) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน บอกว่า วัดพระบรมธาตุวรวิหารได้กำหนดจัดให้มีงานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี มีการสรงน้ำพระบรมธาตุ และการห่มผ้าพระบรมธาตุ ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของชาวจังหวัดชัยนาท

วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีพุทธาภิเษกของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ น้ำหน้าวัดพระบรมธาตุถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์นำไปใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอีกแห่งหนึ่ง วัดพระบรมธาตุวรวิหารมีโบราณสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ ดังนี้


เจดีย์พระบรมธาตุ


องค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครสร้างมีแต่ตำนานกล่าวกันต่อ ๆ มาว่าองค์พระเจดีย์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชกษัตริย์แห่งอินเดีย ได้ให้พระสงฆ์มาเผยแผ่พระศาสนายังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยได้ผ่านมาทางสุวรรณภูมิ


พระวิหารเก้าห้อง

สันนิษฐานว่าสร้างพร้อมกับเจดีย์พระบรมธาตุ ภายในวิหารมีบ่อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์มีน้ำออกมาตามธรรมชาติ อายุ 700 กว่าปี


บ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์

สมัยศรีวิชัยอายุประมาณ 1,500 กว่าปี ความศักดิ์สิทธิ์ เสริมบารมี ล้างอาถรรพ์ คุณไสย อุบัติเหตุ เภทภัยต่าง ๆ

พระอุโบสถ

ภายในอุโบสถมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ลงรักปิดทองปางมารวิชัย หลวงพ่อทองพระประทานพระอุโบสถ สร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง พ.ศ. 1912 มีความศักดิ์สิทธิ์ด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ


หลวงพ่อเพชรจำลอง

(องค์เดิมพระมหาธรรมราชาลิไท สร้างไถ่เมืองชัยนาทคืนจากพระเจ้าอู่ทอง ขณะนี้กรมศิลปากรนำเก็บรักษาไว้พระพุทธรูปที่พระมหาธรรมราชาลิไททรงสร้างถวาย ประวัติกล่าวว่าพระเจ้าอู่ทองได้ให้หลวงพระงั่ว พระโอรสมายึดเมืองไชยนาท พระยาลิไทขอเมืองคืนโดยไม่ต้องการทำสงครามให้ชาวบ้านเดือดร้อน โดยทำการแข่งขันกันสร้างพระพุทธรูปดีกว่า พระยาลิไทสร้าง “หลวงพ่อเพชร” พระเจ้าอู่ทองสร้าง “หลวงพ่อทอง” ประวัติศาสตร์กล่าวอีกว่า พระยาลิไททรงสร้าง “พระพุทธสิหิงค์” ถวายอีกองค์หนึ่งด้วย


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชัยนาทมุนี

นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชัยนาทมุนี ซึ่งเกิดจากการที่พระชัยนาทมุนี (นวม สุทตโต) อดีตเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท และเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร ได้เก็บรักษาและรวบรวมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่พบในเขตจังหวัดชัยนาท และบริเวณใกล้เคียงไว้ในพิพิธภัณฑ์ของวัดเป็นจำนวนมาก และเพื่อเป็นประโยชน์ด้านการศึกษาด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีของไทย พระชัยนาทมุนีจึงยินดีมอบโบราณวัตถุดังกล่าวให้เป็นสมบัติของชาติ กรมศิลปากรจึงได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติขึ้นบริเวณใกล้กับวัดพระบรมธาตุวรวิหาร

ขอเชิญร่วมสร้างพระนอน ยาว 38 เมตร เพื่อทดแทนพระนอนองค์เดิมที่ชำรุด พังทลาย บริจาคได้ที่ บัญชี วัดพระบรมธาตุวรวิหาร ธนาคารกรุงไทย สาขาชัยนาท 106-0-55102-0 หรือโทร091-742-6994 / 097-952-4095

การเดินทาง

วัดพระบรมธาตุวรวิหาร อยู่ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 4 กิโลเมตร จากอำเภอเมืองชัยนาทใช้ทางหลวงหมายเลข 340 จนถึงสี่แยกตัดกับทางหลวงหมายเลข 3183 เลี้ยวซ้ายประมาณ 1 กิโลเมตร หรือขึ้นรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-วัดสิงห์